อัตชีวะประวัติ หลวงพ่อรวย วัดตะโก

หลวงพ่อรวย เป็นเกจิร่วมสมัยกับหลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน, หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว, หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้, หลวงพ่อสวัสดิ์ วัดศาลาปูน, หลวงพ่อหวล วัดพุทไธศวรรย์, หลวงพ่อแม้น วัดหน้าต่างนอก ฯลฯ ซึ่งแต่ละท่านเป็นศิษย์เอกของอดีตเกจิดังเมืองกรุงเก่าทั้งสิ้น มีวิชาความรู้ในศาสตร์ต่างๆ และนำมาใช้ช่วยเหลือเยียวยาทั้งจิตใจและร่างกายของชาวบ้านจนมีชื่อเสียงไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน

สำหรับหลวงพ่อรวยท่านได้สืบทอดพุทธาคมมาจากหลวงพ่อชื่น วัดภาชี ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ ซึ่งสืบทอดวิชาพุทธาคมมาจากหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ ผู้เป็นพระบุรพาจารย์ที่โด่งดังเลื่องลือกิตติศัพท์ในอดีตจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งสืบสายพุทธาคมโดยตรงจากหลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ
ที่เชี่ยวชาญวิชาอาคมโดดเด่นในด้านเมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรี ด้วยเหตุนี้หลวงพ่อรวยจึงได้รับการยกย่อง ให้เป็นพระเกจิอาจารย์ที่เชี่ยวชาญครบเครื่อง สามารถทำได้สร้างได้ทุกสิ่งที่มีอาคมขลังศักดิ์สิทธิ์ เขียนยันต์ได้ทุกรูปแบบ  ประกอบพิธีพุทธาภิเษก มังคลาภิเษภ รู้พิธีทางพุทธศาสนา รู้พิธีพราหมณ์ รู้วิชาแพทย์แผนโบราณ ฯลฯ

แม้แต่ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา ยังกล่าวยกย่องถึงคุณธรรมล้ำลึกของหลวงพ่อรวย  โดยท่านทั้งสองเคยร่วมทางจาริกธุดงค์แสวงหาเวทวิชาอาคมมาด้วยกัน เป็นศิษย์ร่วมครูอาจารย์เดียวกันมาก่อน

ชื่อของ “หลวงพ่อรวย” ถือว่าเป็นมงคลนาม สื่อความหมายถึงความมั่งมีเงินทอง ทรัพย์สมบัติ มีกินมีใช้ ไม่อดอยากยากจน

ด้วยเหตุนี้วัตถุมงคลของหลวงพ่อรวยจึงเป็นที่นิยมในวงกว้าง โดยหลายๆ รุ่นได้ปรากฏพุทธคุณความขลังในด้านต่างๆ ให้ผู้สวมใส่ได้ประจักษ์  โดยเฉพาะด้านเมตตา ค้าขาย เป็นที่กล่าวขานกันมาก

ชาติภูมิหลวงพ่อรวย
ท่านถือกำเนิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๔ ณ บ้านตะโก หมู่ ๒ ต.ดอนหญ้านาง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นบุตรคนที่ ๖ในจำนวนพี่น้องร่วมอุทรเดียวกัน ๘ คน (ชาย ๓ หญิง ๕) ของนายมี และนางสินลา ศรฤทธิ์ (บรรพบุรุษของสกุลศรฤทธิ์นี้ เป็นเชื้อสายชาวกรุงศรีสัตนาคนหุต)

ชีวิตวัยเยาว์ได้ช่วยเหลือพ่อแม่ประกอบอาชีพทางด้านเกษตร และเลี้ยงดูสัตว์ เช่น วัว ควาย มาโดยตลอด  เมื่ออายุ ๑๒ ปี ได้เข้ารับการศึกษาเบื้องต้นในโรงเรียนวัดตะโก โดยอาศัยพระสงฆ์เป็นครูสอนบนศาลาการเปรียญ จนมีความรู้อ่านออกเขียนได้ และออกจากโรงเรียนเมื่อจบชั้นประถมปีที่ ๔

อายุ ๑๖ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดตะโก โดยมีพระสมุห์บุญช่วย เจ้าอาวาส เป็นพระอุปัชฌาย์  ท่านได้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยในด้านพระคันถธุระ (พระปริยัติธรรม) สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี กระทั่งอายุครบบวช

ราวพ.ศ.๒๔๘๔ ก็อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดตะโก โดยมี พระครูสุนทรธรรมนิวิฐ (หลวงพ่อชื่น) เจ้าอาวาสวัดภาชี เจ้าคณะอำเภอภาชี เป็นพระอุปัชฌาย์  พระปลัดจ้อย เจ้าอาวาสวัดวิมลสุนทร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระสมุห์บุญช่วย เจ้าอาวาสวัดตะโก (ในสมัยนั้น) เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ได้รับฉายาว่า “ปาสาทิโก” ครั้นอุปสมบทแล้ว อยู่จำพรรษาที่วัดตะโกเรื่อยมา ได้ศึกษาด้านคันถธุระพระปริยัติธรรมเพิ่มเติม  จนสอบได้นักธรรมโท ใน พ.ศ.๒๔๘๕ และนักธรรมเอกในพ.ศ.๒๔๘๗

หลังจากนั้นได้ออกเดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาเรียนพระกรรมฐานกับครูบาอาจารย์เก่งๆ ในยุคนั้น เช่น หลวงพ่อชื่น วัดภาชี อยุธยา เชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากรรมฐานที่สืบทอดพุทธาคมมาจากหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ, หลวงพ่อแจ่ม วัดแดงเหนือ  เชี่ยวชาญเวทมนตร์คาถาอาคม ได้ถ่ายทอดสรรพวิชาให้หลวงพ่อรวยทุกอย่าง อาศัยความขยันหมั่นเพียรและความตั้งใจมุ่งมั่นจึงก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

จนวิชาที่เล่าเรียนปฏิบัติเข้มขลังในพลังแห่งวิทยาคมสูงส่ง ทั้งนี้ ท่านได้นำวิชาความรู้ต่างๆ จากพระอาจารย์ทั้งสองมาช่วยสงเคราะห์ทางกายและทางใจ ให้แก่ชาวบ้านและผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาตราบจนถึงปัจจุบัน

“หลวงพ่อรวยจึงได้รับการยกย่องให้เป็นพระเกจิอาจารย์ที่เชี่ยวชาญครบเครื่อง สามารถเขียนยันต์ได้ทุกรูปแบบ  ประกอบพิธีพุทธาภิเษก มังคลาภิเษภ รู้พิธีทางพุทธศาสนา รู้พิธีพราหมณ์ รู้วิชาแพทย์แผนโบราณ”

หลวงพ่อรวย วัดตะโก มรณภาพลงอย่างสงบ ณ.โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เวลาประมาณสองทุ่มเศษ ของวันนี้ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2560

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/94640

 

ศูนย์พระชั้นนำ จอง จำหน่าย วัตถุมงคลใหม่